สรุปสั้นๆ ก่อนอ่านต่อ

  • ยิงแอด คือการจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มแสดงโฆษณากับกลุ่มเป้าหมายที่เราเลือก โดยคิดค่าใช้จ่ายตามการแสดงผล การคลิก หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
  • Google เหมาะกับคนที่กำลังค้นหาและพร้อมซื้อ ส่วน Facebook และ TikTok เหมาะกับการทำให้คนที่ยังไม่รู้จักเราเริ่มสนใจ
  • Google ไม่มีงบขั้นต่ำ Meta ไม่มีตัวเลขตายตัว ส่วน TikTok กำหนดเกิน 50 ดอลลาร์ต่อวันระดับแคมเปญ และเกิน 20 ดอลลาร์ต่อวันระดับ ad group
  • เริ่มจากแพลตฟอร์มเดียว ทดสอบ 7-14 วัน และเตรียมยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา เพราะกฎ e-KYC ของไทยเริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2569

ยิงแอดคืออะไร และทำงานอย่างไร

ยิงแอดคืออะไร ถ้าตอบให้สั้นที่สุด ยิงแอด คือการจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, TikTok หรือ Google เพื่อนำโฆษณาของเราไปแสดงต่อคนกลุ่มที่เลือกไว้ แทนที่จะนั่งรอให้ลูกค้าบังเอิญเจอโพสต์ของเราเอง คำว่า “ยิง” มาจากการเล็งเป้า คือเลือกได้ว่าจะให้ใครเห็น ทั้งอายุ พื้นที่ ความสนใจ หรือพฤติกรรม เช่น เคยเข้าเว็บไซต์เราแล้วแต่ยังไม่ซื้อ

เบื้องหลังคือระบบประมูล ทุกครั้งที่มีคนเปิดฟีด ดูวิดีโอ หรือค้นหา แพลตฟอร์มจะตัดสินว่าจะแสดงโฆษณาของใคร ผู้ชนะไม่ได้ดูแค่ราคาที่เสนอ แต่ดูคุณภาพโฆษณาและโอกาสที่คนจะทำตามด้วย บน Meta ส่วนใหญ่ถูกเรียกเก็บตามจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดง แต่บางวัตถุประสงค์เลือกจ่ายตามคลิกได้ (อ่านเรื่องการคิดค่าโฆษณา Meta)

  • CPM ต้นทุนต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง
  • CPC ต้นทุนต่อหนึ่งคลิก
  • CPA หรือ cost per result ต้นทุนต่อหนึ่งผลลัพธ์ เช่น หนึ่งแชท หนึ่งลีด หรือหนึ่งออเดอร์
  • ROAS ยอดขายที่ได้ต่อค่าโฆษณาหนึ่งบาท
  • Conversion การกระทำที่ต้องการ เช่น กดสั่งซื้อ กรอกฟอร์ม หรือโทรเข้ามา

ยิงแอดไม่ใช่การซื้อยอดขาย แต่คือการซื้อโอกาสให้คนเห็นและตัดสินใจ ถ้าสินค้า ราคา หน้าเพจ หรือการตอบแชทยังไม่พร้อม ยิ่งยิงยิ่งเสียเงินเร็ว และต่างจากการบูสต์โพสต์ที่เป็นทางลัดในแอป การยิงผ่าน Ads Manager ให้เลือกวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และติดตามผลได้ละเอียดกว่า

ยิงแอดบน Facebook, TikTok และ Google ต่างกันยังไง

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือสภาวะของลูกค้าตอนเห็นโฆษณา บน Google คนกำลังค้นหาสิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว ส่วนบน Facebook และ TikTok คนกำลังไถดูเรื่องอื่น โฆษณาต้องแย่งความสนใจให้ได้ก่อน ข้อความ ครีเอทีฟ และงบจึงต่างกัน

Facebook และ Instagram (Meta Ads)

Facebook เข้าถึงคนไทยได้กว้างที่สุด NapoleonCat ระบุว่ามีผู้ใช้ราว 61.2 ล้านบัญชี ณ กันยายน 2569 (ประมาณ 87% ของประชากร) จุดแข็งคือตั้งกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียด ตามเก็บคนที่เคยเข้าเว็บหรือทักแชท (remarketing) และให้ปลายทางเป็นแชทได้ ซึ่งตรงกับวิธีปิดการขายของธุรกิจไทยจำนวนมาก ข้อควรระวังคือครีเอทีฟล้าเร็ว คนเห็นซ้ำแล้วคลิกน้อยลง ต้นทุนจึงค่อยๆ สูงขึ้น

TikTok Ads

รายงาน DataReportal ร่วมกับ Meltwater และ We Are Social ปี 2568 ที่ สื่อไทยสรุปไว้ พบว่าคนไทยเลือก TikTok เป็นแพลตฟอร์มโปรดมากที่สุด 30.3% นำ Facebook ที่ 29.2% และโฆษณาเข้าถึงผู้ใช้ราว 56.6 ล้านบัญชี TikTok เหมาะกับสินค้าที่โชว์ในวิดีโอได้ และมี Spark Ads ที่นำโพสต์ออร์แกนิกของเรามาดันเป็นโฆษณา โดยไลก์ คอมเมนต์ และผู้ติดตามยังอยู่กับโพสต์เดิม ข้อจำกัดคืองบขั้นต่ำสูงกว่าและต้องผลิตวิดีโอต่อเนื่อง

Google Ads

Google Ads ครอบคลุมโฆษณาบนผลการค้นหา YouTube Display และ Shopping จุดแข็งคือจับคนที่กำลังหาสินค้าหรือบริการอยู่แล้ว เหมาะกับช่างแอร์ คลินิก ติวเตอร์ หรือ B2B และไม่มีงบขั้นต่ำ ราคาต่อคลิกขึ้นกับการแข่งขันและ Quality Score ของโฆษณา

หัวข้อFacebook / Instagram (Meta Ads)TikTok AdsGoogle Ads
คนเห็นโฆษณาตอนไหนตอนไถฟีด สตอรี่ และรีลส์ตอนดูวิดีโอในหน้าฟีดแนะนำตอนค้นหา หรือดู YouTube
ผู้ใช้ในไทยราว 61.2 ล้านบัญชี (ก.ย. 2569)ราว 56.6 ล้านบัญชีที่โฆษณาเข้าถึง (รายงานปี 2568)คนที่ค้นหาและดู YouTube ทั่วประเทศ
งบขั้นต่ำไม่มีตัวเลขตายตัวเกิน 50 ดอลลาร์/วัน (แคมเปญ) และเกิน 20 ดอลลาร์/วัน (ad group)ไม่มีขั้นต่ำ
เหมาะกับร้านออนไลน์ บริการที่ปิดการขายทางแชท ร้านในพื้นที่ความงาม อาหาร แฟชั่น และสินค้าที่โชว์ในวิดีโอได้บริการที่คนค้นหาเมื่อมีปัญหา และ B2B
ข้อควรระวังครีเอทีฟล้าเร็วงบขั้นต่ำสูง ต้องผลิตวิดีโอต่อเนื่องราคาต่อคลิกสูงในธุรกิจที่แข่งขันดุเดือด
เปรียบเทียบการยิงแอด Facebook, TikTok และ Google (ข้อมูล ตุลาคม 2569)

ควรยิงแอดกี่บาท งบขั้นต่ำและวิธีคิดงบแบบไม่เจ็บตัว

หลังรู้แล้วว่าการยิงแอดคืออะไร คำถามถัดมาคือต้องจ่ายเท่าไหร่ คำตอบคือไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพราะค่าโฆษณามาจากการประมูล แต่คำนวณงบเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลได้ด้วยสี่ขั้นตอน

  1. หากำไรต่อออเดอร์ หลังหักต้นทุน ค่าส่ง ค่าแพ็ก และค่าธรรมเนียม
  2. กำหนดต้นทุนต่อผลลัพธ์ (cost per result) ที่ยอมจ่ายได้ ต้องต่ำกว่ากำไรต่อออเดอร์ และเหลือกำไรให้ธุรกิจด้วย
  3. คูณเป็นงบรายวัน ถ้าใช้กลยุทธ์ cost per result goal บน Meta แนะนำให้ตั้งงบรายวันอย่างน้อย 5 เท่าของเป้านั้น
  4. ทดสอบ 7-14 วัน โดยไม่แก้ใหญ่บ่อย เพราะการแก้ซ้ำทำให้ระบบเรียนรู้ใหม่ แล้วตัดแบบที่แพ้ เพิ่มงบให้แบบที่ชนะ

ตัวอย่างสมมติ ร้านสกินแคร์ออนไลน์: ขายเซ็ตละ 890 บาท เหลือกำไร 370 บาทต่อออเดอร์ ตั้งค่าแอดไม่เกินครึ่งหนึ่งของกำไร หรือราว 185 บาทต่อออเดอร์ ถ้าปิดการขายได้ 1 ใน 4 ของแชท ต้นทุนต่อแชทต้องไม่เกินราว 46 บาท ตั้งเป้า 40 บาทต่อแชท งบรายวันอย่างน้อย 5 เท่า คือ 200 บาท หรือราว 6,000 บาทต่อเดือน (รวม VAT 7% ราว 6,420 บาท)

ตัวอย่างสมมติ ร้านล้างแอร์ในเชียงใหม่บน Google Search: งบวันละ 400 บาท คลิกละ 15 บาท ได้ราว 26 คลิก ถ้า 5% โทรหรือทักไลน์ จะได้ลีดราว 1.3 รายต่อวัน ต้นทุนต่อลีดราว 300 บาท แต่ถ้าปรับหน้าเว็บจนอัตราติดต่อเพิ่มเป็น 8% ต้นทุนต่อลีดเหลือราว 190 บาท (CPC นี้เป็นเพียงสมมติ Google ไม่เผยแพร่ CPC เฉลี่ยรายอุตสาหกรรมของไทย ให้ดูของจริงใน Keyword Planner)

แพลตฟอร์มเกณฑ์ของแพลตฟอร์มงบเริ่มทดสอบที่แนะนำ (แนวปฏิบัติ)ข้อควรรู้
Facebook / Instagramไม่มีตัวเลขตายตัว200-500 บาทต่อวันงบที่ตั้งยังไม่รวม VAT
TikTokเกิน 50 ดอลลาร์/วัน (แคมเปญ ราว 1,700 บาท) และเกิน 20 ดอลลาร์/วัน (ad group ราว 670 บาท)ราว 700-1,000 บาทต่อวัน ต่อ ad group ทดสอบ 7 วัน (ราว 4,700 บาทขึ้นไป)ถ้าตั้งงบตลอดอายุ ad group ต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนวัน x 20 ดอลลาร์ และเปลี่ยนประเภทงบหลังเริ่มไม่ได้
Google Adsไม่มีขั้นต่ำ300-500 บาทต่อวันตั้งสกุลเงินและเขตเวลาให้ถูกตั้งแต่เปิดบัญชี เปลี่ยนภายหลังไม่ได้
งบขั้นต่ำและงบเริ่มทดสอบ (แปลงที่ราว 33.7 บาทต่อดอลลาร์)

ตัวเลขของ TikTok อ้างอิง Help Center ของ TikTok Ads Manager ซึ่งระบุเป็นดอลลาร์ ส่วนงบที่แนะนำเป็นแนวปฏิบัติของเรา ไม่ใช่เกณฑ์ของแพลตฟอร์ม และ Meta จะเพิ่ม VAT 7% หากที่อยู่ผู้ซื้อในบัญชีเป็นไทยและไม่มีเลขผู้เสียภาษี

ควรเริ่มยิงแอดที่ไหนก่อน และต้องเตรียมอะไรบ้าง

เริ่มจากแพลตฟอร์มเดียวและเรียนรู้ให้ลึกก่อน แล้วค่อยขยาย ท้ายที่สุดธุรกิจส่วนใหญ่ใช้ทั้งสองฝั่ง คือ Google ดักคนที่กำลังหา และโซเชียลสร้างความสนใจกับตามเก็บคนที่เคยเข้ามาดู แต่ตอนเริ่มให้เลือกตามลูกค้าของคุณ

  • ขายของออนไลน์ ปิดการขายทางแชท: Facebook และ Instagram โดยตั้งปลายทางเป็นแชท
  • สินค้าที่โชว์ผลลัพธ์ในวิดีโอได้ เช่น ความงาม อาหาร แฟชั่น: ทำคลิปออร์แกนิกบน TikTok แล้วดันคลิปที่ได้ผลด้วย Spark Ads
  • บริการที่คนค้นหาเมื่อมีปัญหา เช่น ช่างแอร์ คลินิก หรือ B2B: Google Search

ตัวอย่างจากไทยคือ Caseharden แบรนด์กระเป๋าและแอคเซสเซอรี ที่โพสต์วิดีโอบน TikTok สม่ำเสมอแล้วใช้ Spark Ads ดันคลิปที่ได้ผล TikTok รายงานว่ายอดดูจาก Spark Ads เกิน 1 ล้านครั้ง ผู้ติดตามเพิ่มกว่า 5,000 ราย และยอดขายกับมูลค่าตะกร้าเพิ่มราว 100% (ดูเคสต้นฉบับ) เป็นตัวเลขที่ TikTok รายงานเอง บทเรียนคือใช้คอนเทนต์ที่พิสูจน์แล้วก่อนใส่เงินดัน

ขั้นตอนเริ่มต้น 5 ข้อก่อนกดยิง

  1. ปรับปลายทางให้พร้อม เช่น เพจ LINE OA หรือเว็บ ให้ราคาและปุ่มติดต่อชัดเจน
  2. ติดตั้งการวัดผล เช่น Meta Pixel, TikTok Pixel, Google tag และ GA4
  3. เตรียมครีเอทีฟ 3-5 แบบ ที่ต่างกันที่มุมสื่อสาร ไม่ใช่แค่สีพื้นหลัง
  4. ตั้งแคมเปญเดียว กลุ่มเดียว ให้งบกระจุกพอที่ระบบจะเรียนรู้
  5. ดูผลหลัง 7 วัน ตัดแบบที่แพ้ เก็บแบบที่ชนะ แล้วค่อยขยาย

ก่อนเริ่ม ยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (e-KYC) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569

มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับที่ 2 (ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์) ให้แพลตฟอร์มโซเชียลขนาดใหญ่ยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่ สื่อรายงานว่าเริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2569 กับผู้ลงโฆษณาที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายในไทยบน Facebook, Instagram, LINE, TikTok และ X โดย Meta แจ้งว่าหากไม่ยืนยันภายในปลายเดือนตุลาคม จะเผยแพร่โฆษณาใหม่หรือแก้ไขโฆษณาเดิมไม่ได้ (รายงานจากฐานเศรษฐกิจ)

  • Meta: เข้า Business Settings เลือก Authorizations and verifications เตรียมบัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือเอกสารธุรกิจ
  • เอเจนซีที่ยิงและจ่ายเงินแทนลูกค้า: รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่าอาจนับเป็นผู้กระทำการโฆษณา ควรถามว่ายืนยันในนามใคร
  • Google Ads: มีโปรแกรมยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาของตัวเอง ชื่อและที่อยู่ควรตรงกับเอกสารธุรกิจ

รายละเอียดอาจปรับหลังวันบังคับใช้ ตรวจประกาศล่าสุดของแต่ละแพลตฟอร์มอีกครั้ง

ใช้ AI ช่วยยิงแอดอย่างไรให้ได้ผลจริง

AI ช่วยยิงแอดได้สองระดับ ระดับแรกคือ AI ในแพลตฟอร์ม ได้แก่ Meta Advantage+ ที่ช่วยเลือกกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งแสดง และครีเอทีฟอัตโนมัติ (เปิดหรือปิดได้) Google Performance Max ที่กระจายโฆษณาไป Search, YouTube, Display, Gmail, Discover, Maps และ Shopping ในแคมเปญเดียว แลกกับรายงานที่โปร่งใสน้อยลง (อ่านเพิ่ม) และ AI Max for Search ที่ช่วยขยายคีย์เวิร์ดและปรับข้อความตามคำค้น เวลาของคุณจึงย้ายจากการปรับราคาประมูลทีละจุด ไปอยู่กับสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ คือเลือกเป้าหมายให้ถูก ป้อนข้อมูลคอนเวอร์ชันให้แม่น และมีข้อเสนอที่คนอยากคลิก

ระดับที่สองคือ AI ที่คุณใช้เองในขั้นตอนทำงาน ลงมือได้ทันที

  • ร่างข้อความหลายมุม: ให้ AI เขียน hook และพาดหัว 10 แบบ จากมุมปัญหา ผลลัพธ์ และโปรโมชัน แล้วเลือก 3-5 แบบไปทดสอบ
  • สรุปผลจากไฟล์รายงาน: ส่งออกข้อมูลจาก Ads Manager ให้ AI ดูว่าแบบไหนต้นทุนต่อผลลัพธ์ต่ำสุด
  • เขียนสคริปต์วิดีโอสั้น: ใช้คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยหรือรีวิวจริง เรียบเรียงเป็นสคริปต์ TikTok และ Reels
  • ตรวจก่อนยิง: ให้ AI หาคำโอ้อวดเกินจริงหรือข้อความที่เสี่ยงผิดนโยบาย

ข้อควรระวังคือ AI ไม่รู้ต้นทุนและกำไรจริงของคุณ ต้องป้อนตัวเลขเอง อย่าใส่ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และอย่าให้ AI แต่งรีวิวที่ไม่เคยเกิดขึ้น ถ้าอยากฝึกใช้ AI กับงานการตลาดแบบลงมือทำ ดูหลักสูตรของ Tongru Academy หรือบทความในบล็อกของเรา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยิงแอด

ยิงแอดคืออะไร

ยิงแอดคือการจ่ายเงินให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, TikTok หรือ Google เพื่อแสดงโฆษณาต่อกลุ่มเป้าหมายที่เลือก โดยคิดค่าใช้จ่ายตามการแสดงผล การคลิก หรือผลลัพธ์ เช่น แชท ลีด หรือออเดอร์ ต่างจากโพสต์ออร์แกนิกที่ไม่ต้องจ่ายแต่กำหนดคนเห็นไม่ได้

ยิงแอด Facebook, TikTok และ Google ต่างกันยังไง

ต่างกันที่สภาวะของลูกค้า Google จับคนที่กำลังค้นหาและพร้อมซื้อ ส่วน Facebook และ TikTok แสดงโฆษณาระหว่างที่คนไถฟีดหรือดูวิดีโอ จึงเหมาะกับการสร้างความสนใจ

ยิงแอดควรเริ่มกี่บาท

Google Ads ไม่มีงบขั้นต่ำ Meta ไม่มีตัวเลขตายตัว และถ้าใช้ cost per result goal ควรตั้งงบรายวันอย่างน้อย 5 เท่าของเป้านั้น TikTok ต้องเกิน 50 ดอลลาร์ต่อวันระดับแคมเปญ และเกิน 20 ดอลลาร์ต่อวันระดับ ad group เริ่มทดสอบที่ 200-500 บาทต่อวันบน Meta หรือ 300-500 บาทต่อวันบน Google Search นาน 7-14 วัน

มือใหม่ควรเริ่มยิงแอดที่แพลตฟอร์มไหนก่อน

เลือกตามพฤติกรรมลูกค้า ถ้าลูกค้าค้นหาบริการของคุณอยู่แล้ว เริ่มที่ Google Search ถ้าขายสินค้าที่ปิดการขายทางแชทได้ เริ่มที่ Facebook และ Instagram ถ้ามีคลิปที่ได้รับความสนใจ ลองดันด้วย Spark Ads บน TikTok เริ่มจากแพลตฟอร์มเดียวก่อน

บูสต์โพสต์ต่างจากยิงแอดผ่าน Ads Manager ยังไง

บูสต์โพสต์คือทางลัดในแอปเพื่อดันโพสต์เดิม ตั้งค่าได้น้อย เหมาะกับการเพิ่มการมองเห็น ส่วน Ads Manager เลือกวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งแสดง และติดตามผลถึงคอนเวอร์ชันได้ จึงเหมาะกับการยิงเพื่อยอดขายหรือลีด

ต้องยืนยันตัวตนก่อนยิงแอดไหม

ใช่ ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้ลงโฆษณาที่แสดงโฆษณากับผู้ใช้ในไทยบน Facebook, Instagram, LINE, TikTok และ X ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) กับแพลตฟอร์มก่อนโฆษณาจะเผยแพร่ ผู้ใช้ Meta เริ่มได้ที่ Authorizations and verifications ใน Business Settings

สรุปแล้ว ยิงแอดคือการซื้อโอกาสให้คนเห็นธุรกิจของคุณ ไม่ใช่ปุ่มวิเศษที่ทำให้ยอดขายเพิ่มเอง เลือก Google เมื่อลูกค้ากำลังค้นหา เลือก Facebook เมื่อต้องการกลุ่มเป้าหมายละเอียดและปิดการขายทางแชท เลือก TikTok เมื่อมีวิดีโอที่คนอยากดู คำนวณงบจากกำไรต่อออเดอร์ เริ่มด้วยแพลตฟอร์มเดียว และให้ AI ช่วยงานที่ทำซ้ำได้ ดูคอร์สเรียนหรืออ่านบล็อกของ Tongru Academy หรือทักทีมผ่านปุ่มด้านล่างได้เลย

ทีม Tongru Academy

ทีม Tongru Academy ให้ความรู้เรื่องการนำ AI และการตลาดดิจิทัลไปใช้จริงในธุรกิจ SME ไทย ผ่านบทความและหลักสูตรที่เน้นลงมือทำ เข้าใจง่าย และมีตัวอย่างที่จับต้องได้